วันเสาร์, พฤษภาคม 22, 2553

…ING: ขอแค่มีเธออยู่ใน "ความทรงจำ"


หนังรักจากเกาหลีอีกเรื่อง ที่ได้ยินกิตติศัพท์มาว่าซาบซึ้ง ชวนประทับใจ จึงตั้งความหวังเอาไว้ค่อนข้างมาก และแม้จะไม่ถึงกับผิดหวัง แต่ก็นับว่าหนังไปได้ไม่ถึงอย่างที่คาดไว้

Gang Min-Ah (Lim Su-Jeong) เด็กสาวมัธยมปลายที่เพิ่งย้ายมาอยู่โรงเรียนใหม่ไม่นาน ทำให้ยังไม่มีเพื่อนสนิท เธออาศัยอยู่กับ Mi-Suk (Lee Mi-Suk) แม่ที่ทำเอาใจใส่เธอเป็นอย่างดี และเป็นทุกอย่างให้เธอแม้แต่การให้เธอเรียกชื่อแทนคำว่าแม่ เหมือนเพื่อนทั่วๆ ไป เพราะทั้งสองต่างมีกันและกันเท่านั้น หลังจากต้องสูญเสียพ่อ/สามี ไป Min-Ah ชื่นชอบการเต้นบัลเลต์ และแอบเก็บความฝันที่จะได้ดูการแสดงของคณะบัลเลต์ชื่อดังในยุโรปไว้ แต่นั่นก็ไม่พ้นสายตาของผู้เป็นแม่ ที่ยินดีที่จะพาเธอไปทันทีที่มีโอกาส เพราะรู้ดีว่าลูกสาวจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว

ไม่นาน Yeong-Jae (Kim Rae-Won) ช่างภาพหนุ่มก็ก้าวเข้ามาในชีวิต เมื่อเขาย้ายมาอยู่อพาร์ทเม้นท์ห้องข้างล่างของสองแม่ลูก Yeong-Jae เริ่มตีสนิทกับ Min-Ah ทั้งที่ดูเหมือนเธอจะไม่ใส่ใจอะไร และเหมือนไม่อยากจะมีความรัก แต่เรื่องเล่าจากเพื่อนในโรงเรียนใหม่ที่เกี่ยวกับชายหนุ่มที่คอยทำหน้าที่โบกรถตรงทางม้าลายหน้าโรงเรียนก็สร้างความประทับใจ และเป็นเหมือนความคาดหวังที่เธออยากพบเจอความรักในแบบนั้น ซึ่งทีละน้อยที่เธอเริ่มรับรู้ว่า Yeong-Jae คือคนๆนั้น เพียงแต่หลังจากนั้น Min-Ah ก็ได้รับรู้ความลับเกี่ยวกับโรคร้ายที่เธอเป็นอยู่ ซึ่งแม่เก็บเอาไว้คนเดียวโดยบังเอิญ

บทหนังมีการเชื่อมโยงเรื่องราวเข้ากับสิ่งละอันพันละน้อยที่แทรกเข้ามาเป็นรายละเอียดปลีกย่อยในหนัง เข้ากับประเด็นหลักที่หนังนำเสนอได้อย่างเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นความรักของชายโบกรถบนทางม้าลายหน้าโรงเรียน กับความรักของ Min-Ah กับ Yeong-Jae หรือจะเป็นเต่าน้อยสองตัวที่ Yeong-Jae มอบเป็นของขวัญให้กับ Min-Ah ที่เหมือนเป็นการสะท้อนนัยยะเรื่องการมีชีวิตยืนยาวของเต่า กับชีวิตแสนสั้นของ Min-Ah เป็นต้น

นอกจากนี้ หนังยังให้น้ำหนักของความรักระหว่างแม่-ลูก มากพอๆ กับความรักระหว่างหนุ่มสาว ซึ่งให้ทั้งผลดีและผลเสียไปพร้อมๆ กัน กล่าวคือคนดูจะรู้สึกซาบซึ้งกับความรักแบบหลังน้อยลง เพราะหนังแบ่งช่วงเวลาส่วนหนึ่งไปให้ความรักในแบบแรก ซึ่งแน่นอนว่าแลดูยิ่งใหญ่ และมีน้ำหนักน่าเชื่อถือมากกว่า เมื่อพิจารณาจากการนำเสนอตั้งแต่แรกแล้ว รวมทั้งการแสดงของ Lee Mi-Suk เองก็กินขาดในด้านการเข้าถึงตัวละครแม่ ส่วน Kim Rae-Won กับ Lim Su-Jeong เอง ถึงจะมีเคมีที่เข้ากันได้ดีพอสมควร แต่ดูเหมือนช่วงเวลาที่ตัวละครของทั้งคู่มีร่วมกัน ดูจะน้อยไปนิด การมีอารมณ์ร่วมในตอนท้ายเรื่องจึงออกจะไม่สมบูรณ์เสียทีเดียว

อย่างไรก็ดี นับว่าหนังมีดีอยู่ในตัว ตามมาตรฐานหนังรักเกาหลีเรื่องหนึ่ง ทั้งงานด้านเทคนิค ตั้งแต่การกำกับภาพ ดนตรีประกอบ ไปจนถึงการแสดง และบทดังที่ได้กล่าวไปแล้ว และหากไม่คิดอะไรมาก หนังสามารถเรียกน้ำตาจากคนดูที่อ่อนไหวในเรื่องความรักกับการจากลาแบบนี้ได้ไม่ยาก

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น